เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย
Mobile    
ค้นหา:
  บทความ  รถเข็น 
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 24/03/2554
ปรับปรุงเวบเมื่อ 26/08/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 584


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (584)
เสื้อยะหยามะละกา(kebaya nyonya Melaka)
เสื้อเกบาย่าอินโดนีเซีย(Kebaya Indonesia)
เสื้อยะหยาทางภาคใต้
ผ้าปาเต๊ะสำหรับตัดชุด
ผ้าปาเต๊ะอินโดฯโทนสีหวาน
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย MR (MISTER)
เสื้อผ้าปาเต๊ะหญิง
เสื้อผ้าปาเต๊ะชาย
ของฝาก ของที่ระลึก ผลิตภัณท์จากผ้าปาเต๊ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย(ตุ๊กตาคู่) ADRM (DUA SEKAWAN)
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย DAP TONG
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย RUBY
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย MRS.(MISSIS)
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย TS (TIGA SERANGKAI)
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส(ผ้าปาติกเขียนด้วยมือ)
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย Batik Janjiku
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย Jawa tulis
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย DUA ONTA
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย CAMEL
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย MAMI JARUM
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย RATNA DEWI
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียรวมแบบต่างๆ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย Tekstil Motif Batik
น้ํามัน ฮับบาตุซเซาดะฮ์
เครื่องประดับเพชรซีกโบราณ Peranakan nyonya jewelry



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน
Link
มายด์ลีน่าเครื่องประดับ
ฮูดาของเก่าของสะสม
เอเอชบาติก
พี พาร์ค เรสซิเดนซ์ ที่พักฮาลาล







เว็บบอร์ด
Total: 0:               
 
    
ประวัติผ้าบาติก [No. 0]

ประวัติผ้าบาติก
      ผ้า บาติกหรือผ้าปาเต๊ะ เป็นคำที่ใช้เรียกผ้าชนิดหนึ่งที่มีวิธีการทำโดยใช้เทียนปิดส่วนที่ไม่ต้องการให้ติดสี
 และใช้วิธีการแต้ม ระบาย หรือย้อมในส่วนที่ต้องการให้ติดสี ผ้าบาติกบางชิ้นอาจจะผ่านขั้นตอนการปิดเทียน
 แต้มสี ระบายสีและย้อมสีนับเป็นสิบ ๆ ครั้ง ส่วนผ้าบาติกอย่างง่ายอาจทำโดยการเขียนเทียนหรือพิมพ์เทียน
แล้วจึงนำไปย้อมสีที่ต้องการ
          คำว่าบาติก {Batik} หรือปาเต๊ะ เดิมเป็นคำในภาษาชวาใช้เรียกผ้าที่มีลวดลายที่เป็นจุด คำว่า “ ติก ”
 มีความหมายว่า เล็กน้อย หรือจุดเล็กๆมีความหมายเช่นเดียวกับคำว่าตริติก หรือ ตาริติก ดังนั้นคำว่า บาติก
จึงมีความหมายว่าเป็นผ้าที่มีลวดลายเป็นจุดๆ ด่างๆ
          วิธีการทำผ้าบาติกในสมัยดั้งเดิมใช้วิธีการเขียนด้วยเทียน { wax- writing} ดัง นั้นผ้าบาติกจึงเป็น
ลักษณะผ้าที่มีวิธีการผลิตโดยใช้เทียนปิดในส่วนที่ไม่ต้องการให้ติด สี แม้ว่าวิธีการทำผ้าบาติกในปัจจุบันจะก้าว
หน้าไปมากแล้วก็ตาม แต่ลักษณะเฉพาะประการหนึ่งของผ้าบาติกก็คือ จะต้องมีวิธีการผลิตโดยใช้เทียนปิดส่วน
ที่ไม่ต้องการให้ติดสีหรือปิดส่วนที่ ไม่ต้องการให้ติดสีซ้ำอีก      แหล่งกำเนิด
          แหล่ง กำเนิดของผ้าบาติกมาจากไหนยังไม่เป็นที่ยุติ นักวิชาการชาวยุโรปหลายคนเชื่อว่ามีในอินเดียก่อน
 แล้วจึงแพร่หลายเข้าไปในอินโดนีเซียอีกหลายคนว่ามาจากอียิปต์หรือเปอร์เซีย แม้ ว่าจะได้มีการค้นพบผ้าบาติก
ที่มีอายุเก่าแก่ในประเทศอื่น ทั้งอียิปต์ อินเดีย และญี่ปุ่นแต่บางคนก็ยังเชื่อว่า ผ้าบาติกเป็นของดั้งเดิมของอินโดนีเซีย
 และยืนยันว่าศัพท์เฉพาะที่เรียกวิธีการและขั้นตอนในการทำผ้าบาติก เป็นศัพท์ภาษาอินโดนีเซีย สีที่ใช้ย้อมก็มา
จากพืชที่มีในอินโดนีเซียแท่งขี้ผึ้งชนิดที่ใช้เขียนลายก็ เป็นของอินโดนีเซีย ไม่เคยมีในอินเดียเลย เทคนิคที่ใช้ใน
อินโดนีเซียสูงกว่าที่ทำกันในอินเดีย และจากการศึกษาค้นคว้าของ N.J.Kron นักประวัติศาสตร์ชาว ดัตช์ก็สรุปไว้ว่า
 การทำโสร่งบาติกหรือโสร่งปาเต๊ะเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อนติดต่อกับอินเดีย
          จาก การศึกษาของบุคคลต่าง ๆ อาจกล่าวได้ว่า แม้ว่าจะมีการค้นพบลักษณะผ้าบาติกในดินแดนอื่น ๆ
 นอกจากอินโดนีเซีย แต่ก็คงเป็นลักษณะเฉพาะท้องถิ่น วิธีการปลีกย่อยจะแตกต่างกันตามวิธีการทำผ้า
ของชาติต่าง ๆ ที่จะให้มีลวดลายสีสัน ผ้าบาติกของอินโดนีเซียเอง คงไม่ได้รับการถ่ายทอดจากชาติอื่น
 ในทางกลับกันในระยะต่อมาการทำผ้าบาติกของอินโดนีเซียได้รับการเผยแพร่ไปยัง ชาติอื่น ๆ ส่วนการ
ทำผ้าโสร่งบาติกนั้น คงมีกำเนิดจากอินโดนีเซียค่อนข้างแน่นอน
วิวัฒนาการการทำผ้าบาติกในอินโดนีเซีย
          การ ทำผ้าบาติกในระยะแรกคงทำกันเฉพาะในหมู่ชนชั้นสูงหรือทำเฉพาะในวัง แต่ก็มีผู้ให้ความเห็น
ขัดแย้งว่า น่าจะเป็นศิลปะพื้นบ้านใช้กันเป็นสามัญ ผู้ที่ทำบาติกมักจะเป็นผู้หญิงและทำหลังจากว่างจากการทำนา
          ใน คริสต์ศตวรรษที่ 12 ประชาชนชวาได้ปรับปรุงวิธีการทำผ้าบาติก แก้ไขวิธีการผสมสี แต่ทั้งนี้ วิวัฒนาการมา
จากความรู้ดั้งเดิม ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 การทำผ้าบาติกผูกขาดโดยสุลต่าน และถือว่าการทำผ้าบาติกเป็นศิลปะใน
ราชสำนัก โดยมีสตรีในราชสำนักเป็นผู้ผลิต ผ้าบาติกในยุคนี้เรียกว่า “ คราทอน ” (kraton) เป็นผ้าบาติกที่นิยมเขียน
ด้วยมือ (batik tulis) แต่เมื่อผ้าบาติกได้รับความนิยมมากขึ้นและมีลูกค้ามากมาย การทำผ้า บาติกก็ได้ขยายวงกว้างขึ้น
 การผูกขาดโดยครอบครัวสุลต่านก็สิ้นสุดลง ศิลปะการทำผ้า บาติกได้แพร่หลายไปสู่ประชาชนโดยทั่วไป
           ผ้า บาติกในระยะแรกมีเพียงสีครามและสีขาว ในศตวรรษที่ 17 ได้มีการค้นพบสีอื่น ๆ อีก เช่น สีแดง สีน้ำตาล
 สีเหลือง สีต่าง ๆ เหล่านี้ได้มาจากพืชทั้งสิ้น ต่อมาก็รู้จักผสมสีเหล่านี้ ทำให้ออกเป็นสีต่าง ๆ ภายหลังจึงมีการค้น
พบสีม่วง สีเขียว และสีอื่น ๆ อีกในระยะต่อมา
          ปลาย ศตวรรษที่ 17 ได้มีการสั่งผ้าลินินสีขาวจากต่างประเทศเข้ามา นับเป็นการก้าวหน้าในการทำผ้าบาติกอีกก้าว
หนึ่ง โดยเฉพาะเทคนิคการระบายสีผ้าบาติก เพราะเริ่มมีการใช้สีเคมีในการย้อม การระบายสีซึ่งสามารถทำให้ผลิต
ผ้าบาติกได้จำนวนมากขึ้น และได้พัฒนาระบบธุรกิจผ้าบาติกจนกลายเป็นสินค้าส่งออก
           ใน ปี ค . ศ . 1830 ชาวยุโรปได้เลียนแบบผ้าบาติกของชวา และได้ส่งมาจำหน่ายทีเกาะชวาและในปี ค . ศ . 1940
ชาวอังกฤษได้พยายามเลียนแบบให้ดียิ่งขึ้น เพื่อส่งมาจำหน่ายในเกาะชวาเช่นเดียวกัน
       ตั้งแต่ คริสต์ศตวรรษ ที่ 19 เป็นต้นมา ได้มีการทำเครื่องมือในการพิมพ์ผ้าบาติก โดยทำเป็นแม่พิมพ์โลหะทองแดง
 ซึ่งเรียกว่า “ จั๊บ ”(cap) ทำไห้สามารถผลิตผ้าบาติกได้รวดเร็วขึ้น
           ต้น ทุนก็ถูกลง ทดแทนผ้าบาติกลายเขียนแบบดั้งเดิม การทำผ้าบาติกด้วยแม่พิมพ์ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์พื้นเมืองใน
ลักษณะของ อุตสาหกรรมในครัวเรือน ประชาชนก็เริ่มทำผ้าบาติกเป็นอาชีพมากขึ้น การผลิตผ้าบาติกจากเดิมที่เคยใช้
ฝีมือสตรีแต่เพียงฝ่ายเดียว เริ่มมีผู้ชายเข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะการพิมพ์เทียนและการย้อมสี สำหรับ
การแต้มสีลวดลายยังใช้ฝีมือสตรีเช่นเดิม
          ความนิยมในการใช้ผ้าบาติกโดยเฉพา ะ ในเกาะชวา เมื่อก่อนใช้กันเฉพาะสตรีและเด็ก เท่านั้น ต่อมาได้ใช้เป็น
เครื่องแต่งกายของหนุ่มสาวมี 3 ชนิด คือ
    1. โสร่ง (Sarung) เป็นผ้าที่ใช้นุ่งโดยการพันรอบตัว ขนาดของผ้าโสร่ง โดยทั่วไปนิยมผ้า หน้ากว้าง 42 นิ้ว ยาว 2 หลาครึ่ง
ถึง 3 หลาครึ่ง ผ้าโสร่งมีลักษณะพิเศษ ส่วนที่เรียกว่า “ ปาเต๊ะ ” หมายถึง ส่วนที่ต้องนุ่งให้ตรงกับสะโพก โดยมีลวดลาย
สีสันแปลกต่างไปจากส่วนอื่น ๆ ในผ้าผืนเดียวกัน
    2. สลินดัง (salindang) หมายถึง ผ้าซึ่งใช้นุ่งทับกางเกงของบุรุษหรือเรียกว่า “ ผ้าทับ ” เป็นผ้าที่เน้นลวดลายประดับเป็น
กรอบหรือชาย ผ้าสลินดัง มีความยาวประมาณ 3 หลา กว้างประมาณ 8 นิ้ว สตรีนิยมนำเอาผ้าสลินดังคลุมศีรษะ
    3. อุเด็ง (udeng) หรือผ้าคลุมศีรษะ โดยทั่วไปจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ผ้าชนิดนี้สุภาพ - บุรุษใช้โพกศีรษะเรียกว่า
 “ ซุรบาน ” สำหรับสตรีจะใช้ทั้งคลุมศรีษะ และปิดหน้าอกเรียกว่า “ คิมเบ็น ” (kemben) ผ้าอุเด็งนิยมลวดลายที่เป็น
กรอบสี่เหลี่ยม ผ้าคลุมไม่ปิดบ่าและไหล่ เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ทำงานหนัก เพื่อจะได้เคลื่อนไหวได้สะดวก
          สำ หรับผ้าสลินดัง ภายหลังได้ทำขนาดให้ยาวขึ้นนั้น โดยใช้ผ้าหน้ากว้าง 42 นิ้ว ยาว 4-5 หลา ต่อมาได้มีการดัดแปลง
เป็นเครื่องแต่งกายอื่นๆได้ การใช้ผ้าบาติกได้นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางทั้งบุรุษ สตรี เด็ก จนกลายเป็นเครื่องแต่งกาย
ประจำชาติ แม้กระทั่งเครื่องแบบนักเรียน นับเป็นความ พยายามของคนรุ่นต่อมา ที่ได้พยายามปรับปรุงและพัฒนาการทำผ้า
บาติกให้มีความก้าวหน้าไปพร้อมๆ กับการพัฒนาด้านอื่นๆ จนกลายเป็นสินค้าที่ถูกใจชาวต่างชาติ ได้จัดจำหน่ายเป็นสินค้าออก
 ซึ่งทำให้ผ้าบาติกและเทคนิคการทำผ้าบาติกแพร่หลายออกไปสู๋ประเทศอื่น
          ปัจจุบัน อินโดอินเซียได้มีการส่งเสริมให้ผลิตผ้าบาติกในระบบอุตสาหกรรม โดยผนวกเอาเทคนิคการทำผ้าบาติกแบบดั้งเดิม
ซึ่งเขียนเทียนด้วยเครื่องมือที่ เรียกว่า “ จันติ้ง ” (Canting) ผสมกับกระบวนการพิมพ์เทียนด้วยแม่พิมพ์ที่ทำด้วยโลหะ
 ทองแดง (Cap , Print , Block) รัฐบาลอินโดนีเซียได้วางนโยบายในการค้นคว้า ปรับปรุงผ้าบาติก โดยตั้งเป็นหน่วยงานที่
เรียกว่า “ ศูนย์พัฒนาบา - ติกแห่งรัฐยอกยาการ์ตา ( Balai Pene ltian Batik Kerajian –Yogyakarta)
          การ พัฒนาด้านเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้เกิดเทคนิคในการผลิตผ้าซึ่งมีลวดลายผ้า แบบใหม่มองคล้ายผ้าบาติก
 แต่ความจริงเป็นเทคนิคการพิมพ์แบบซิลค์สกรีน (silk screen) ซึ่งมีลักษณะลวดลายคล้ายผ้าบาติก งานเลียนแบบชนิดนี้
ไม่เป็นที่นิยมชาว อินโดนีเซียนิยมผ้าบาติกชนิดเขียนด้วยมือ และจัดว่าเป็นบาติกชั้นสูง (classical- batik) แต่ก็มีราคาแพง
กว่าบาติกที่ใช้ระบบการพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์ทองแดง การทำผ้าบาติกนอกจากจะเน้นด้านประโยชน์ใช้สอยแล้ว ปัจจุบัน
ศิลปินชาวอินโดนีเซีย มาเลเซีย ได้ทำผ้าบาติกในลักษณะของงานจิตรกรรม (painting) และแพร่หลายไปยังศิลปินชาว
ยุโรปและอเมริกา

By : เอเอชบาติก  email  (อ่าน 7012 | ตอบ 11)  (13/04/2554 16:35:46)
Total: 0:               
 
    
เสนอความคิดเห็น
รายละเอียด : *
รูปภาพ :
(นามสกุลไฟล์ควรเป็น [ jpg , jpeg , gif ] และไฟล์ไม่เกิน 100 Kb)
ชื่อ : *
อีเมล์ :
* กรุณากรอกตัวอักษรและตัวเลขให้ถูกต้อง
 
สินค้า/บริการ แนะนํา
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
ราคา 1,990.00 บ.
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
ราคา 1,990.00 บ.
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
ราคา 1,990.00 บ.
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
ราคา 2,500.00 บ.
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
ราคา 890.00 บ.
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ

หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//