เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย
Mobile    
ค้นหา:
  บทความ  รถเข็น 
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 24/03/2554
ปรับปรุงเวบเมื่อ 26/08/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 584


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (584)
เสื้อยะหยามะละกา(kebaya nyonya Melaka)
เสื้อเกบาย่าอินโดนีเซีย(Kebaya Indonesia)
เสื้อยะหยาทางภาคใต้
ผ้าปาเต๊ะสำหรับตัดชุด
ผ้าปาเต๊ะอินโดฯโทนสีหวาน
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย MR (MISTER)
เสื้อผ้าปาเต๊ะหญิง
เสื้อผ้าปาเต๊ะชาย
ของฝาก ของที่ระลึก ผลิตภัณท์จากผ้าปาเต๊ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย(ตุ๊กตาคู่) ADRM (DUA SEKAWAN)
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย DAP TONG
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย RUBY
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย MRS.(MISSIS)
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย TS (TIGA SERANGKAI)
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส(ผ้าปาติกเขียนด้วยมือ)
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย Batik Janjiku
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย Jawa tulis
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย DUA ONTA
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย CAMEL
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย MAMI JARUM
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย RATNA DEWI
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียรวมแบบต่างๆ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย Tekstil Motif Batik
น้ํามัน ฮับบาตุซเซาดะฮ์
เครื่องประดับเพชรซีกโบราณ Peranakan nyonya jewelry



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน
Link
มายด์ลีน่าเครื่องประดับ
ฮูดาของเก่าของสะสม
เอเอชบาติก
พี พาร์ค เรสซิเดนซ์ ที่พักฮาลาล







เว็บบอร์ด
Total: 0:               
 
    
ตำนานโต๊ะแนแนะทวดเมืองสตูล นครีโตย (สตูล) ก่อตั้งโดยตระกูล"สนูบุตร" [No. 0]

ตำนานโต๊ะแนแนะ ทวดเมืองสตูล

นครีสโตยต่อตั้งโดยตระกูล “สนูบุตร”

                ชาวสตูลอาจจะไม่คุ้นชินกับนามสกุล “สนูบุตร” เท่าใดนัก เนื่องจากมีผู้ใช้นามสกุลนี้ค่อนข้างน้อย จึงกลายเป็นตระกูลที่ไม่เด่น ผู้คนไม่ค่อยรู้จักกัน แท้จริงแล้ว “สนูบุตร” เป็นนามสกุลที่รัชกาลที่ 6 พระราชทานให้แก่ พระพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด) เมื่อปี พ.ศ. 2458 คำถามที่ตามมาคือพระพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด) เป็นใคร ที่แท้คือทายาทของพระอภัยนุราช (ตนกูบิสนู หรือ ปัสนู) ซึ่งรัชกาลที่ 2 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้มาปกครองตำบลสโตย-ละงู เมื่อปี พ.ศ. 2356 ตำแหน่งของพระพิมลสัตยาลักษณ์ คือ ปลัดเมืองสตูล ในสมัยของพระยาภูมินารถภักดี เมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัตินามสกุลในสมัยรัชกาลที่ 6 จึงนำชื่อของตนกูบิสนูมาตั้งเป็นนามสกุล กลายเป็นที่มาของ “สนูบุตร” แปลว่า “ลูกของตนกูบิสนู” นั่นเอง นับเป็นนามสกุลที่เก่าแก่ในจังหวัดสตูล มีอายุกว่า 90 ปีมาแล้ว ตระกูลนี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างบ้านสร้างเมืองมาแต่ต้น กล่าว่า “นครีสโตยก่อตั้งโดยตระกูล สนูบุตร” แท้เทียว

ประวัติของตนกูบิสนู

                ตนกูบิสนู หรือ ปัสนู (สะกด ปัศนู ก็ใช้) เป็นบุตรของพระยาไทรบุรีหรือสุลต่านอับดุลละห์ มูการาม ชาห์ ซึ่งเป็นเจ้าเมืองไทรบุรีคนที่ 18 มารดามีเชื้อสายเป็นชาวสยาม (สมัยนั้นไม่เรียกว่าไทย) นัยว่าพื้นเพเป็นชาวเมืองนครศรีธรรมราช เนื่องจากเมืองไทรบุรีมีฐานะเป็นหัวเมืองประเทศราช ทางเมืองหลวงมอบหมายให้เมืองนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นหัวเมืองชั้นเอก ปกครองต่างพระเนตรพระกรรณอีกต่อหนึ่ง ตนกูบิสนูจึงสนิทสนมคุ้นเคยกับเมืองนครศรีธรรมราชเป็นพิเศษ ในตอนปลายของสมัยรัชกาลที่ 1 ตนกูอับดุลละห์ มูการาม ชาห์ถึงแก่อนิจกรรม ตนกูฎีกาฮุดดีนผู้เป็นน้องได้ขึ้นเป็นเจ้าเมืองไทรบุรีสืบต่อมา เรียงลำดับสกุลวงศ์คนที่ 19 แต่ได้ปกครองเมืองไทรบุรีอยู่ 2 ปีก็ถึงแก่อนิจกรรม ตนกูฎีกาฮุดดีนไม่มีบุตรชาย ดังนั้น ตำแหน่งเจ้าเมืองไทรบุรีคนที่ 20 จึงตกอยู่ที่บุตรคนหนึ่งคนใดของตนกูอับดุลละห์ มูการามชาห์ ซึ่งมีจำนวน 10 คนแต่ต่างมารดากัน ผู้ที่เหมาะสมที่สุดมีอยู่เพียง 2 คนได้แก่ ตนกูปะแงรัน กับ ตนกูบิสนู ต่างก็มีโอกาสได้ขึ้นเป็นเจ้าเมืองไทรบุรีทั้งคู่

                ชาวเมืองไทรบุรีต้องการให้ตนกูปะแงรันขึ้นเป็นเจ้าเมือง เนื่องจากมีอคติต่อตนกูบิสนู เห็นว่ามีเลือดเนื้อเชื้อไขชาวสยาม เจ้าพระยานคร (พัฒน์) ผู้ดูแลเมืองไทรบุรีพยายามหาทางไกล่เกลี่ยให้รอมชอมกัน แต่เจ้าพระยา (พัฒน์) มีใจโน้มเอียงให้ตนกูบิสนูขึ้นเป็นเจ้าเมือง ล่วงมาปี พ.ศ. 2340 เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชได้นำบุคคลทั้งสองเข้าเฝ้าฯ รัชกาลที่ 1เพื่อทรงมีพระราชวินิจฉัย ในที่สุดพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตนกูปะแงรันเป็นเจ้าเมืองไทรบุรี มีบรรดาศักดิ์เป็นพระยารัตนสงครามรามราชภักดี ส่วนตนกูบิสนูได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาอภัยนุราชฐานะรายามุดา หรืออุปราช

                พระยารัตนสงครามรามราชภักดี (ตนกูปะแงรัน) ได้ประกอบคุณงามความดียิ่งใหญ่ 2 ประการ คือยกกองทัพเมืองไทรบุรีไปช่วยปราบศึกพม่าที่เมืองถลาง อีกทั้งรบชนะข้าศึกยึดเมืองแป-ระคืนมาขึ้นกับสยามดังเดิม รัชกาลที่ 2 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นเจ้าพระยาไทรบุรี ถือว่าดำรงบรรดาศักดิ์ชั้นสูงยิ่งแห่งขุนนางสยามและถือเป็นเจ้าพระยาไทรบุรี คนแรก ไม่สามารถค้นหาหลักฐานราชทินนามได้

                เจ้าพระยาไทรบุรีกับพระยาอภัยนุราช (ตนกูบิสนู) มักมีเรื่องระหองระแหงไม่ค่อยลงรอยกันเรื่อยมา พระยาอภัยนุราช (ตนกูบิสนู) มีความประสงค์ขอปกครองกัวลามุดา ฐานะเมืองส่วย เนื่องจากมีรายได้จากการเก็บภาษีเป็นกอบเป็นกำ แต่เจ้าพระยาไทรบุรีไม่ยินยอม โดยเสนอที่อื่นให้ครอบครองแทน ทำให้เจ้าพระยาอภัยนุราช (ตนกูบิสนู) ยิ่งไม่พอใจหนักขึ้น ภายหลังของตำบลปะลิสบ้าง เจ้าพระยาไทรบุรีกลับปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย ยิ่งทำให้สองพี่น้องมีข้อบาดหมางถึงขั้นวิวาทกัน เดือดร้อนถึงพระยาพัทลุง (ทองขาว) ต้องทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยให้รอมชอมกันได้ ในปี พ.ศ. 2356 รัชกาลที่ 2 จึงทรงพระกรุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้พระยาอภัยนุราช (ตนกูบิสนู(มาปกครองตำบลสโตย-ละงู ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองไทรบุรี ก็ได้รับการสนับสนุนจากเจ้าพระยานคร (น้อย) อย่างเต็มที่

                อย่างไรก็ตามพระยาอภัยนุราช (ตนกูบิสนู) ไม่ค่อยมีความสุขเท่าใดนัก ในการมาปกครองตำบลเล็กๆ ซึ่งเป็นท้องที่ห่างไกลและกันดาร แถมรายได้ก็มีน้อย ไม่เพียงพอเลี้ยงดูครอบครัว จึงไม่คิดสร้างเมืองให้เป็นหลักแหล่ง เพียงแต่อาศัยชุมชนแถบทางเรือปังกาลันกันตง (ศาลากันตง) เป็นที่บริหารแระเทศ ส่วนใหญ่ได้แต่เดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างเมืองไทรบุรีกับตำบลสโตย-ละงู ไม่นานนักพระยาอภัยนุราช (ตนกูบาสู) ก็ขอคืนท้องที่ให้ไปขึ้นต่อเมืองไทรบุรีตามเดิม และเสนอเงื่อนไขต่อพระยาไทรบุรีขอปกครองท้องที่แห่งใหม่ ที่มีความอุดมสมบูรณ กว่าตำบลสโตย-ละงูแต่ยังไม่ทันสำเร๊จตามที่ร้องขอ ล่วงมาในปี พ.ศ. 2358 พระยาอภัยนุราข (ตนกูบิสนู ก็ถึงแก่อนิจกรรม จึงได้ปกครองสโตย-ละงูเพียง 2 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นสโตย-ละงูก็วางเว้นผู้ปกครองอยู่นาน 24 ปี เมืองนครศรีธรรมราชได้มอบหมาบให้เมืองสงขลาคอยดูแลรักษาท่าเรือสำคัญๆ เอาไว้ เช่นที่ละงู บาราเกต (ท่าแพ) และปากคลองมำบัง เพื่อคอยคุมเชิงเมืองไทรบูรีไม่ให้ก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองเท่านั้น

เชื้อสายของพระยาอภัยนุราช

                ตลอดระยะเวลาที่สโตย-ละงูมีสภาพเป็นตำบลร้าง ไม่มีผู้ปกครองท้องที่ ก็บังเกิดเหตุการณ์ระส่ำระสายขึ้นในเมืองไทรบุรี เจ้าพระยาไทรบุรี (ตนกูปะแงรัน) กลับมีใครฝักใฝ่เข้าข้างอังกฤษที่มาขอเช่าเกาะปีนังโดยพลการ บังเกิดขบถสำคัญขึ้นในเมืองไทรบุรีสองครั้ง ครั้งแรกต้องยกกองทัพจากเมืองหลวง เมืองนครศรีธรรมราชและหัวเมืองฝ่ายใต้ไปปราบขบถ จนเหตุการณ์สงบลง เจ้าพระยานคร (น้อย) จึงแต่งตั้งให้พระภักดีบริรักษ์ (แสง) บุตรชายขึ้นเป็นเจ้าเมืองไทรบุรีแทน กลับยิ่งสร้างความไม่พอใจขึ้นในหมู่ชาวเมืองไทรบุรีคือไม่ยอมรับให้ชาวสยาม มาปกครอง บรรดาลูกหลานของพระยาไทรบุรีจึงก่อความวุ่นวายไปทั่วปริมณฑล แผ่ขยายไปถึงเมืองปัตตานี ส่วนทางเหนือก็มีโจรสลัดปล้นสะดม ก่อความปั่นป่วนไปทั่วเมืองตรังและภูเก็ต กลายเป็นขบถที่รุนแรงกว่าครั้งแรกหลายเท่า จนต้องยกกองทัพจากเมืองหลวง เมืองนครศรีธรรมราชและหัวเมืองใกล้เคียงไปปราบขบถครั้งที่สอง ในที่สุดฝ่ายเมืองไทรบุรียอมสงบศึกในปี พ.ศ. 2381

                รัชกาลที่ 3 ทรงพิจารณาเห็นว่าเมืองไทรบุรีมีพื้นที่กว้างใหญ่ เกินความสามารถที่จะปกครองโดยเจ้าเมืองคนเดียว ในปี พ.ศ. 2382 พระองค์ทรงแบ่งแยกเมืองไทรบุรีออกเป็น 4 เมือง ได้แก่เมือง สตูล ปะลิส กุบังปาสู และไทรบุรี เพื่อเห็นแก่ความสงบเรียบร้อย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งบรรดาลูกหลานของพระยาไทรบุรีที่มีความสามารถขึ้นเป็นเจ้าเมืองทั้ง สี่ สำหรับตำบลสโตย-ละงูซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือ ทรงเห็นชอบให้ตนกูมูฮำหมัดอาเก็บ บุตรของพระยาอภัยนุราช (ตนกูบิสนู) ซึ่งมีความคุ้นเคยกับพื้นที่เป็นพิเศษ เนื่องจากบิดาเคยเป็นผู้ปกครองท้องที่มาก่อนแล้ว หากพิจารณาให้ลึกซึ้งในแง่จิตวิทยาการแกครอง พระยาอภัยนุราช (ตนกูบิสนู) มีมารดาที่มีสายเลือดเป็นชาวสยามไม่ใช่มลายูแท้ นับเป็นวิเทโศบายการบริหารบ้านเมืองที่แยบยลก็ว่าได้

                ดังนั้นจึงถือว่าตนกูมูฮำหมัดอาเก็บคือ ผู้ว่าราชการเมืองสตูลหรือเจ้าเมืองสตูลคนแรก ภายหลังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาอภัยนุราชเช่นเดียวกับบิดาได้ ปกครองเมืองสตูลร่วม 37 ปี บรรดาศักดิ์สุดท้ายคือที่พระยาสมันตรัฐบุรินทร์ ต่อมาก็มีเชื้อสายของพระยาอภัยนุราช (ตนกูบิสนู) ได้ขึ้นปกครองเมืองสตูลอีก 2 คน ในปี พ.ศ. 2443 เมืองสตูลก็สิ้นสุดเชื้อสายของพระยาไทรบุรีหรือสุลต่าน หากไม่นับช่วงเวลาอันสั้น 2 ปีที่พระยาอภัยนุราช (ตนบูบิสนู) ปกครองตำบลสโตย-ละงู เชื้อสายของพระยาอภัยนุราช (ตนกูบิสนู) ซึ่งเป็นต้นตระกูลสนูบุตรได้ปกครองเมืองสตูลประมาณ 60 ปีเศษเท่านั้น

                เพื่อไม่ให้เป็นที่สับสนในการเรียกชื่อของเจ้าเมืองสตูล ที่มีเชื้อสายของพระยาอภัยนุราช (ตนกูบิสนู) จำเป็นต้องใช้นามเดิมและคำนำหน้าชื่อ ตนกู แสดงเชื้อสายของเจ้าผู้ครองนครหรือสุลต่านตามคติมลายู กำกับหลังราชทินนามแห่งขุนนางสยามไว้ดังนี้

                1.พระยาสมันตรัฐบุรินทร์ (ตนกูมูฮำหมัดอาเก็บ) ปกครองเมืองสตูลระหว่างปี พ.ศ. 2382-2419 รวม 37 ปี ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3-4-5 มีบุตร-ธิดา 9 คน ได้แก่ ตนกูอิสมาแอล ตนกูบีดะ ตนกูมีอ๊ะตนกูซอเฟียะ ตนกูอะหมัด ตนกูมูฮำหมัด ตนกูฟาตีมะ ตนกูอิดดริส และตนกูปัตรี

                2.พระยาอภัยนุราช (ตนกูอิสมาแอล) บุตรชายคนโตของตนกูมูฮำหมัดอาเก็บ ได้ขึ้นเป็นเจ้าเมืองสตูล ระหว่างปี พ.ศ. 2419-2427 เป็นเวลา 8 ปี ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีบุตรธิดา 6 คน ได้แก่ ตนกูอับดุลเราะห์มาน ตนกูยาแลฮา ตนกูอาซีซะ ตนกูเปาะ ตนกูมูฮำหมัด และตนกูซากีนะ

                3.พระยาอภัยนุราช (ตนกูอับดุลเราะห์มาน) บุตรชายคนโตของตนกูอิสมาแอล ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองสตูลช่วงปี พ.ศ. 2427-2443 รวม 16 ปี ตรงหับสมัยรัชกาลที่ 5  ไม่มีทายาท

                (คำว่า ตนกู เป็นคำนำหน้าเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงของสุลต่าน เนื่องจากเจ้าเมืองสตูลสืบเชื้อสายโดยตรงจากสุลต่านแห่งเมืองไทรบุรี มาจากคำ Tengku ออกเสียง ตวนกู เต็งกู หรือ ตุงกู ก็ได้ ภายหลังใช้นำหน้าชื่อบุคคลสำคัญเพื่อยกย่อง เช่น ตนกูบาฮารุดดิน บิน กูแมะ)

ผลงานชิ้นสำคัญของตระกูล “สนูบุตร”

                ตลอดระยะเวลาร่วม 60 ปี ตระกูล “สนูบุตร” ได้ช่วยสร้างบ้านสร้างเมืองสตูลให้เป็นปึกแผ่นมั่นคง เป็นคุณูปการอันยิ่งใหญ่ไว้แก่เมืองนี้ ขอสรุปผลงานชิ้นสำคัญโดยย่อดังนี้

                1.เป็นผู้ก่อตั้ง นครีสโตย ชื่อเรียกครั้งแรกของเมืองสตูล มาจากคำว่า นครี หรือ นคร แปลว่าเมือง กับ สโตย หมายถึงต้นกระท้อน โดยตั้งศาลาว่าการเมืองริมคลองมำบัง สมัยนั้นการคมนาคมระหว่างเมืองไทรบุรี ปะลิส กับนครีสโตย อาศัยคลองมำบังเป็นเส้นทางเปิดสู่ทะเลด้านนอก ศาลาว่าการเมืองตั้งอยู่ที่ตั้งด่านตรวจคนเข้าเมืองสตูลและพื้นที่ใกล้เคียง วังเจ้าเมืองครอบคลุมพื้นที่ของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสตูลกับโรงแรมสตูล ธานี ตั้งอยู่ตรงข้ามกับมัสยิดมำบังพอดี ส่วนพื้นที่ด้านทิศตะวันออกตามแนวถนนสฤษดิ์ภูมินารถ ตั้งแต่โรงเรียนอนุบาลสตูล สำนักงานเทศบาลเมืองสตูล โรงแรมอุดมสุขตลอดจนพื้นที่ด้านตะวันออกบางส่วนเป็นที่อยู่หรือวังของลูก หลานเจ้าเมืองสตูล เมื่อสิ้นสุดอำนาจของเจ้าเมือง เชื้อสายเมืองไทรบุรี พื้นที่ดังกล่าวจึงมีการเปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองภายหลัง

                2.พระยาสมันตรัฐบุรินทร์ (ตนกูมูฮำหมัดอาเก็บ) ด้พัฒนาเมืองสตูลให้เป็นท่าเรือใหญ่ ได้ดูแลผลประโยชน์จากเกาะรังนก ตั้งแต่ปากน้ำปะลิสไปจดเกาะพีพี หน้าเมืองกระบี่ เมืองสตูลได้รับฉายาว่า นครีสโตยบำบังสคารา แปลว่า สตูลเมืองแห่งพระสมุทรเทวา

                3.พระยาสมันตรัฐบุรินทร์ (ตนกูมูฮำหมัดอาเก็บ) ได้สร้างมัสยิดอากีบี หรือมัสยิดเตองะห์ ไว้ประจำเมืองหลังแรก สำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 2390 ล่วงมาปี พ.ศ. 2517 ได้ถูกรื้อถอน เพื่อสร้างมัสยิดมำบังหลังใหม่แทน

                4. เจ้าเมืองสตูลได้ตัดถนนหลายสายขึ้นในเมืองสตูล ถนนสายแรกคือถนนที่เชื่อมนครีสโตยกับตำบลบ้านจีน ส่วนถนนภายในนครีสโตยคือสายคือสายที่เชื่อมกับบ้านปังกาลันกันตง สายที่ผ่านหน้าศาลจังหวัดสตูลและสายที่เชื่อมระหว่างมัสยิดกลางกับคลองเส็น เต็นฯลฯ และสายที่เชื่อมกับต่างตำบลอีกหลายสาย

                5.จัดให้มีกอฎีทำหน้าที่ตัดสินข้อพิพาทในคดีเกี่ยวกับครอบครัว มรดก การสมรสและการหย่าร้างของชาวมุสลิม โดยเลือกเฟ้นผู้เชี่ยวชาญทางด้านศาสนาเป็นที่เคารพศรัทธาของคนทั่วไป ให้ปฏิบัติหน้าที่กอฎี

                6.จัดที่ฝังศพชาวมุสลิม (กุโบร์มัรโฮม) ในเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วน สำหรับวงศ์ตระกูลจัดฝังภายในรั้วกำแพง (ลังคาร์) และบุคคลทั่วไปให้ฝังศพนอกกำแพง ปัจจุบันเทศบาลเมืองสตูลได้สร้างกำแพงล้อมรอบนอกไว้อีกชั้นหนึ่ง

                7.จัดให้มีการสอนภาษาอาหรับเพื่อศึกษาคัมภีร์อัลกุรอ่านตามมัสยิดมัดรอซะห์ประจำหมู่บ้านพร้อมอบรมประชาชนไปด้วย

ผู้ก่อตั้งตระกูล “สนูบุตร”

                นามสกุล “สนูบุตร” ดั้บพระราชทานจากรัชกาลที่ 6 ผู้ริเริ่มก่อตั้งคือพระพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด) บุตรชายของพระยาอภัยนุราช (ตนกูอิสมาแอล) เจ้าเมืองสตูลคนที่สอง เดิมนั้นพระพิมลสัตยาลักษณ์มีราชทินนาทที่ พระพิไสยสิทธิสงคราม เคยดำรงตำแหน่งปลัดเมืองสตูลมาตั้งแต่สมัยพระอภัยนุราช (ตนกูอับดุลเราะห์มาน)  ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่ชายให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนี้สืบต่อมา จนกระทั่งสมัยของพระยาภูมินารถภักดี พระพิมลสัตยาลักษณ์เป็นบุตรคนที่ 5 ของพระยาอภัยนุราช (ตนกูอิสมาแอล) เมื่อพระยาอภัยนุราช (ตนกูอับดุลเราะห์มาน) ถึงแก่อนิจกรรม ผู้ที่สมควรได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองสตูลคนต่อมา คือพระพิมลสัตยาลักษณ์นั่นเอง

                ในปี พ.ศ. 2439 เจ้าพระยาฤทธิสงครามรามภักดี (ตนกูอับดุลฮามิด) ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลไทรบุรี ได้ส่งพระยาภูมินารถภักดีมาช่วยราชการเมืองสตูล เพื่อต้องการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ระบบมณฑลเทศาภิบาล เนื่องจากพระยาภูมินารถภักดีได้แสดงฝีมือให้เป็นที่ประจักษ์ รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นผู้ว่าราชการเมืองสตูลในปี พ.ศ. 2443 อย่างไรก็ตามพระพิมลสัตยาลักษณ์ก็ยังคงดำรงตำแหน่งเป็นปลัดเมืองสตูลสืบต่อ มา พระยาภูมินารถภักดีให้เกียรติและยกย่องพระพิมลสัตยาลักษณ์ ถือว่ามีเชื้อสายของเจ้าเมืองเก่า ช่วยให้การบริหารบ้านเมืองดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยตลอดมา

                นามสกุล สนูบุตร ตั้งขึ้นในสมัยพระพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด) เข้าใจว่าบรรดาเครือญาติคงใช้นามสกุลนี้กันถ้วนหน้า ยังมีผู้ใช้นามสกุล สนูบุตร อีกสายหนึ่ง คือสายของตนกูมะหะหมูด ซึ่งมีเครือญาติในสายนี้มากพอสมควร ยังระบุไม่ได้แน่ชัดว่าเกี่ยวดองกับพระพิมลสัตยาลักษณ์อย่างไร สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นลูกของพี่ชายคนใดคนหนึ่งก็เป็นได้ จึงกำหนดกรอบการศึกษาสกุล สนูบุตร ไว้ 2 สาย ได้แก่ สายพระพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด) กับ สายตนกูมะหะหมูด ด้วยเหตุนี้

                1.สายพระพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด)

                พระพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด) มีภรรยา 3 คน คือ นางตวนหยำ , นางตวน เจ๊ะมะ และนางตนกูบุหงา จึงขอแจกแจงทายาทซึ่งกำเนิดจากภรรยาแต่ละคน เรียงลำดับจากชั้นพ่อ-แม่ ชั้นลูก ชั้นหลาน ชั้นเหลน และชั้นลื่อ (ลื่อ เป็นลูกของเหลน ไม่มีคำว่าโหลน ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน)

                ก.พระพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด) – นางตวนหยำ ภรรยาคนแรก

                ปกติบุตร – ธิดาจะใช้คำนำหน้าชื่อ ตนกู ตามเชื้อพระวงศ์สุลต่านเมืองไทรบุรี บางรายไม่สามารถค้นหาชื่อไทยได้ มีเฉพาะชื่อมลายู ลำดับชั้นของวงศ์ตระกูล ไล่ไปจากชั้น พ่อ – แม่ ชั้นลูก ชั้นหลาน ชั้นเหลน และชั้นลื่อ ปรากฏดังต่อไปนี้

                ชั้นพ่อ – แม่ พระพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด) – นางตวนหยำ

                ชั้นลูก พระพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด) – นางตวนหยำมีบุตร – ธิดา 6 คน ดังนี้

                1.นายบวร (ตนกูอิบราเฮม) สนูบุตร สมรสกับ นางสาวกูนะ บินตำมะหงง ภรรยาคนแรก ต่อมาสมรสกับ นางสาวกูยะ บินตำมะหงง ภรรยาคนที่สอง

                2.ตนกูแดนะ สนูบตร สมรสกับ นายกูมะหะหมาด บินตำมะหงง

                3.ตนกูสนู สนูบุตร สมรสกับ นางสาวกูสะอีด๊ะ บินตำมะหงง

                4.นายวิมล (ตนกูยูโซ๊ะ) สนูบุตร สมรสกับ นางสาวกูอ๊ะ สตอหลง

                5.ตนกูฟาตีมะ สนูบุตร สมรสกับ ไซด์อับดุลเลาะห์ ชาวมาเลเซีย ไม่มีทายาท

                6.ตนกูสปอรา สนูบุตร สมรสกับ นายอดินันท์ ฮะอุรา หรือ หวันนัน

                ชั้นหลาน พระพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด) – นางตวนหยำ มีหลาน ดังนี้

                1.) บุตรของนายบวร (ตนกูอิบราเฮม) – นางกูนะ สนูบุตร 1 คน ได้แก่

*นายสัตยา (ตนกูมะหะหมัด) สนูบุตร สมรสกับนางสาวเจ๊ะมะ วงแหวน ภายหลังได้สมรสกับ นางสาว เจ๊ะร่มละ บินตี ฮะยีห์ดล ชาวมาเลเซีย

                ธิดาของนายบวร (ตนกูอิบราเฮม – นางกูยะ สนูบุตร 3 คน ได้แก่

                                *น.ส สารภี (ตนกูซาแอระ) สนูบุตร สมรสกับนายวิธาน บินตำมะหงง

                                *น.ส ศิริศักดิ์ (ตนกูฮามีด๊ะ) สนูบุตร สมรสกับ นายวิทยา ศิษฎิโกวิท

                                *น.ส อุษา(กูมะ) สนูบุตร สมรสกับ นายมาก แคยิหวา

                2.) บุตร – ธิดาของ นายกูมะหะหมาด – ตนกูแดนะ บินตำมะหงง 4 คน ได้แก่

                                *นายวิธาน บินตำมะหงง สมรสกับ น.ส สารภี (ตนกูซาแอระ) สนูบุตร

                                *นายกูราซัค บินตำมะหงง สมรสกับ นางสาว กูนะ บินตำมะหงง (เครือญาติ

                                *นายกูอิสกันดาร์ บินตำมะหงง สมรสกับ นางสาว กูยะ บินตำมะหงง(เครือญาติ)

                                *นายจิรา (กูบาฮัด) บินตำมะหงง สมรสกับ นางสาว ดารณี ดารารุจา

                3.) ธิดาของ ตนกูสนู – นางสาอีด๊ะ สนูบุตร 2 คน ได้แก่

*ตนกูปะ สนูบุตร สมรสกับนายเหยบ ยูโซ๊ะบูด๊ะ สามีคนแรก ต่อมาสมรสกับนาย บำรุง สุนทรนันท์ สามีคนที่สอง

                                *ตนกูตอแฮต สนูบุตร ไม่มีครอบครัว

                4.) ตนกูฟาตีมะ สนูบุตร สมรสกับ ไซด์อับดุลเลาะห์ ไม่มีทายาท

                5.) บุตรธิดาของ นายวิมล (ตนกูยูโซ๊ะ) – นาง กูอ๊ะ สนูบุตร 7 คน ได้แก่

                                *ตนกูยามินละ สนูบุตร สมรสกับ นายตวนบอสู มะรูตี

                *ตนกูยาแลฮา สนูบุตร สมรสกับ นายหวันหมาด โส้ะประจิณ (หย่า) สมรสกับ นายแดนอล ชาวมาเลเซีย

                                *นาย ภานุมาศ (ตนกูมูฮำหมัด) สนูบุตร สมรสกับ นางสาวพิมพ์พร แซ่ลิ้ม (หย่า)

*น.ส. กุมารี (ตนกูมารีหยำ) สนูบุตร สมรสกับ ด.ต ปราโมทย์ สัตยาพิมล

*ตนกูสะแอรา สนูบุตร สมรสกับ ด.ต ชม เทพสุวรรณ

*นายสวัสดิ์ (ตนกูอับดุลเราะห์มาน) สนูบุตร เสียชีวิต

*จ.ส.อ. ปฏิกรณ์ (ตนกูซาฟีอี) สนูบุตร สมรสกับ นางสาวฟาลีซะห์ มามะ

                6.) บุตร – ธิดา ของนายอดินันท์ (หวันนัน) – ตนกูสปอรา ฮะอุรา 6 คน ได้แก่

                                *นางสาววรรณี ฮะอุรา สมรสกับ นายสมมาตร เลิศอริยพงศ์กุล

                                *นางสาววรรณา ฮะอุรา สมรสกับ นายจรูญ สันบู

                                *นายอภิชาต ฮะอุรา สมรสกับ นางสาวอารมณ์ พิศพันธ์

                                *นางสาวอัสสมะ ฮะอุรา สมรสกับ นายอุทัย เกื้อเพชร

                                *นางสาวสุชาดา ฮะอุรา สถานะภาพโสด

                                *นายอดิศร ฮะอุรา สมรสกับ นางสาวศิราพร ไพรสณฑ์

                ชั้นเหลน พระพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด) – นางตวนหยำ มีเหลน ดังนี้

1.) บุตร-ธิดาของนายสัตยา (ตนกูมะหะหมัด) – นางเจ๊ะมะ สนูบุตร 3 คน ได้แก่

                *นายชญานิน (ตนกูอัสมาน) สนูบุตร สมรสกับ นางสาวมณีรัตน์ สตามัน

                *นายชัยวัฒน์ (ตนกูยาเหลน) สนูบุตร สมรสกับ นางสาวปวีรัตน์ คำสะอาด

                *น.ส.สุคนธ์ทิพย์ (ตนกูปัตรี) สนูบุตร สมรสกับ นายมนูญศักดิ์ สมันตรัฐ

บุตรของนายสัตยา (ตนกูมะหะหมัด) – นางเจ๊ะร่มละ สนูบุตร ภรรยาคนที่สอง มี 2 คนได้แก่

                *ตนกูสนู  บิน ตนกูมะฮะหมัด (นายสัตยา) ตั้งถิ่นฐานในประเทศมาเลเซีย

                *ตนกูยูโซะ บิน ตนกูมะหะหมัด (นายสัตยา) ตั้งถิ่นฐานในประเทศมาเลเซีย

2.) บุตร – ธิดา ของนายวิธาน – นางสารภี (ตนกูซาแอระ) บินตำมะหงง 3 คน ได้แก่

                *น.ส.อรวรรณ บินตำมะหงง สมรสกับ นายเอกชัย สะหาบ

                *น.ส.กุสุมา บินตำมะหงง สถานะภาพโสด

                *นายศรายุทธ์ บินตำมะหงง สมรสกับ นางสาวอำภา คงพรหม

บุตร –ธิดา ของนายวิธาน บินตำมะหงง กับ นางนันทา บินตำมะหงง ภรรยาคนที่สอง 3 คน ได้แก่

                *น.ส. นันทวดี บินตำมะหงง สมรสกับ นายพีระพล หะยีเจ๊ะมะ

                *น.ส.สิริมา บินตำมะหงง สมรสแล้ว

                *นายชายแดน บินตำมะหงง สถานภาพโสด

3.) บุตร-ธิดาของ นายวิทยา – นางศิริศักดิ์ (ตนกูฮามีด๊ะ) ศิษฎิโกวิท 2 คน ได้แก่

                *ด.ช. ปาน ศิษฎิโกวิท (เสียชีวิต)

                *น.ส. ศศิธร ศิษฎิโกวิท สมรสกับ นายอุเส็น ไชยกุล

4.) บุตร – ธิดา ของนายมาก – นางอุษา แคยิหวา 6 คน ได้แก่

                *น.ส. ทัศนีย์ แคยิหวา สมรสกับ นายเกียรติชัย ยะโกบ

                *น.ส.จุรีรัตน์ แคยิหวา สมรสกับ ส.ต.ต. สมคิด นิ่มแก้ว

                *นายนัทพงศ์ แคยิหวา สมรสกับ น.ส.อมรรัตน์ วรชิน

                *นายจงเจริญ แคยิหวา สถานภาพโสด

                *นายสุรวิทย์ แคยิหวา สมรสกับ น.ส.อัญชลี นพภาภาคย์

                *น.ส.อรทัย แคยิหวา สถานภาพโสด

5.) บุตร – ธิดา ของนายเหยบ – นางตนกูปะ ยูโซะบูด๊ะ 2 คนได้แก่

                *นายเด่น ยูโซะบูด๊ะ สมรสกับ น.ส.มูนะ มูดอ

                *น.ส. หวันจิ ยูโซะบูด๊ะ สถานภาพโสด

บุตร-ธิดา ของนายบำรุง – ตนกูปะ สุนทรนันท์ 3 คน ได้แก่

                *นายบุรินทร์ สุนทรนันท์ สมรสกับ น.ส. สายกมล แซ่ตัน

                *น.ส.อารีรัตน์ สุนทรนันท์ สมรสกับ นายสรรชัย คงพันธุ์

                *ด.ต. บริบูรณ์ สุนทรนันท์ สมรสกับ น.ส.กอบกุล ชิดชอบ

6.) บุตร-ธิดาของ นายบอสู – ตนกูยามินละ มะรูตี 3 คน ได้แก่

                *นายสุริยัน มะรูตี สถานภาพโสด

                *น.ส.รุจิรา มะรูตี สมรสกับ นายสุนันท์ สำเร

                *นายสุรเชษฐ์ มะรูตี สถานภาพโสด

7.)บุตร-ธิดาของ นายหวันหมาด – นางตนกูยาแฃฮา โส้ะประจิน 4 คน ได้แก่

                *นายสุริยา สนูบุตร (โส้ะประจิน) ขอเปลี่ยนใช้นามสกุลมารดา

                *น.ส.นัยนา โส้ะประจิน , น.ส.อ้อมใจ โส้ะประจิน และนายหวันยะหยา โส้ะประจิน สถานภาพโสดทุกคน

8.) บุตร – ธิดาของ นายภานุมาศ (ตนกูมูฮำหมัด) – นางพิมพ์พร สนูบุตร 3 คน ได้แก่

                *น.ส.พัชท์ธีรา สนูบุตร, น.ส.พรรณิพา สนูบุตร และนายนรินทร์ สนูบุตร สถานภาพโสดทุกคน

9.) บุตร – ธิดาของ ด.ต.ปราโมทย์ – นางกุมารี (ตนกูมารีหยำ) สัตยาพิมล 2 คน ได้แก่

                *น.ส. กมลรัตน์ สัตยาพิมล กับ นายศุภชัย สัตยาพิมล สถานภาพโสด

10.) บุตร-ธิดาของ ด.ต. ชม – ตนกูสะแอรา เทพสุวรรณ 3 คน ได้แก่

                *นายสุรเชษฐ์ เทพสุวรรณ นางสาวปานศิริ เทพสุวรรณ และนายสุเมธ เทพสุวรรณ สถานภาพโสดทุกคน

11.) บุตร-ธิดาของ จ.ส.อ. ปฏิกรณ์ (ตนกูซาฟีอี) – ปาลีซะห์ สนูบุตร 2 คน ได้แก่

                *น.ส.ปวีณา สนูบุตร กับ ด.ช.ปวีณ สนูบุตร

12.) บุตร-ธิดาของนายสมมาตร – นางวรรณี เลิศอริยะพงศ์กุล 3 คน ได้แก่

                *นายประวีณ เลิศอริยะพงศ์ สมรสกับ น.ส.ภาวิณี นันทะเสน

                *นายประวิทย์ เลิศอริยะพงศ์กุล สมรสกับ น.ส.รจนี แก้วสลำ

                *น.ส. ศิริวรรณ เลิศอริยะพงศ์กุล สถานภาพโสด

13.) บุตร-ธิดาของ นายจรูญ – นางวรรณา สันบู 2 คนได้แก่

                *น.ส.ลัดดาวัลย์ สันบู กับ นายจิรวัฒน์ สันบู สถานภาพโสดทุกคน

14.) ธิดาของ นายอภิชาต – นางอารมณื ฮะอุรา 2 คน ได้แก่

                *น.ส.ศศิธร ฮะอุรา กับ น.ส.วาสิณี ฮะอุรา สถานภาพโสดทุกคน

15.)บุตรของนางอัสสมะ ฮะอุรา (หย่า) 1 คน ได้แก่

*นายอภิรัตน์ เกื้อเพชร

16.)บุตร-ธิดาของ นายอดิศร – นางศิราพร ฮะอุรา 2 คนได้แก่

                *ด.ช.ธีรนัย ฮะอุรา

* ด.ช.ณัฎฐ์ ฮะอุรา

ชั้นลื่อ พระพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด) – นางตวนหยำ มีลื่อ ดังนี้

1.) ธิดาของนาย ชญานิน (ตนกูอัสมาน) – นางมณีรัตน์ สนูบุตร 1 คน ได้แก่

                *ด.ญ.อภิชญ์จิรา สนูบุตร

2.) บุตรของนายชัยวัฒน์ (ตนกูยาเหลน) – นางปวีรัตน์ สนูบุตร 3 คน ได้แก่

                *ด.ช. กันตพล สนูบุตร

* ด.ช.ชัชวาล สนูบุตร

* ด.ช. วิษรุต สนูบุตร

3.) ธิดาของ นายมนูญศักดิ์ สมันตรัฐ – นางสุคนธ์ทิพย์ (ตนกูปัตรี) สมันตรัฐ(สนูบุตร)มี 4 คนได้แก่

                *ด.ญ. ณัฐนันท์ สมันตรัฐ

* ด.ญ.มนัสนันท์ สมันตรัฐ

* ด.ญ.ธัญวรัตน์ สมันตรัฐ

* ด.ญ. ฮุสนา สมันตรัฐ

4.) บุตรของนายเอกชัย – นางอรวรรณ สะหาบ 1 คน ได้แก่

*นายวิชชกร สะหาบ

5.) ธิดาของ นายเกียรติชัย – นางทัศนีย์ ยะโกบ 2 คน ได้แก่

*น.ส.พิธพร นิโกบ

* น.ส.พิมพ์พิชญ์ นิโกบ

6.) บุตรของ ส.ต.ต. สมคิด – นางจุรีรัตน์ นิ่มแก้ว 1 คน คือ

*ร.ต.ต. กัมปนาท นิ่มแก้ว

7.) บุตรของ นายนัตพงศ์ – อมรรัตน์ แคยิหวา 3 คน ได้แก่

*ร.ต.ต. ลัทธวิชย์ แคยิหวา

* นายพงศกร แคยิหวา

*นายชยกร แคยิหวา

8.) บุตร-ธิดาของ นายพีระพล – นางนัทวดี หะยีเจ๊ะมะ 3 คน ได้แก่

*ด.ช. อัดรา หะยีเจ๊ะมะ

* ด.ญ. อานิซ หะยีเจ๊ะมะ

*ด.ญ.อาเดีย หะยีเจ๊ะมะ

            9.) บุตร-ธิดาของ นายเด่น – นางมูนะ ยูโซะบูด๊ะ จำนวน 5 คน ได้แก่

                        *นายหวันอุสมาน ยูโซะบูด๊ะ

                                *น.ส.หวันญารีฟะฮ์ ยูโซะบูด๊ะ

                                *น.ส.อัลลีซะฮ์ ยูโซะบูด๊ะ

                                *น.ส.หวันอันซะฮ์ ยูโซะบูด๊ะ

                                *นายหวันอับดุลการีม ยูโซะบูด๊ะ

                10.) บุตรของ นายบุรินทร์ – นางสายกมล สุนทรนันท์ 1 คน คือ

                                *ด.ช.ฐาปรัฐ สุนทรนันท์

                11.) ธิดาของ นายสรรชัย – นางอารีรัตน์ คงพันธุ์ 1 คน ได้แก่

                                *น.ส.แก้วตา คงพันธุ์

                12.) ธิดาของ นายประวิทย์ – นางรจนี เลิศอริยะพงศ์กุล 1 คน คือ

                                *ด.ญ.นิรชา เลิศอริยะพงศ์กุล

 

 

 

                ข. พระพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด) – นางตวนเจ๊ะมะ  ภรรยาคนที่สอง

                ปกติบุตร-ธิดาจะให้คำนำหน้าชื่อ ตนกู ตามเชื้อพระวงศ์สุลต่านเมืองไทรบุรี บางรายไม่สามารถค้นชื่อไทยได้ มีเฉพาะชื่อมลายู ลำดับชั้นของวงศ์ตระกูล ไล่ไปจากชั้น พ่อ-แม่ ชั้นลูก ชั้นหลาน ชั้นเหลน และชั้นลื่อ ปรากฏดังต่อไปนี้

                ชั้นพ่อ-แม่ พระพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด) – นางตวนเจ๊ะมะ

                ชั้นลูก พระพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด) – นางตวนเจ๊ะมะ มีบุตร – ธิดา 3 คน ดังนี้

                1.) ตนกูปัตรี สนูบุตร ไม่มีครอบครัว

                2.) ตนกูหยำ สนูบุตร สมรสกับ นายกูหนอด บินตำมะหงง

                3.) ตนกูมังสอด สนูบุตร สมรสกับ นางเซียะ (ไม่ทราบนามสกุล)

                ชั้นหลาน พระพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด) –นางตวนเจ๊ะมะ มีหลาน ดังนี้

                1.) บุตร-ธิดา ของนายกูหนอด-ตนกูหยำ บินตำมะหงง 3 คน ได้แก่

                                *นายกูดาหมาน บินตำมะหงง สมรสกับ นางสาวหนับเสาะ หมัดเซม

                                *นายกูมะเกต บินตำมะหงง สมรสกับ นางสาวจันทิรา (ตีมะ) นนทราช

                                *นางสาวเฉลิมศรี บินตำมะหงง สถานภาพโสด

                2.) ธิดาของ ตนกูมังสอด – นางเซยะ สนูบุตร 1 คนได้แก่

                                *ตนกูดาระ สนูบุตร สมรสกับ นายนิหมาด ช่างเหล็ก

                ชั้นเหลน พระพิมลสัตยาลักษณ์(ตนกูมะหะหมัด) – นางตวนเจ๊ะมะ มีเหลน ดังนี้

                1.) ธิดาของนายกูดาหมาน – นางหนับเสาะ บินตำมะหงง 1 คน ได้แก่

                                *น.ส.กูอ๊ะ บินตำมะหงง สถานภาพโสด

                2.) ธิดาของ นายกูมะเกต – นางจันทิรา (ตีมะ) บินตำมะหงง 1 คน ได้แก่

                                *น.ส.วรางคณา บินตำมะหงง สมรสกับ นายรุ่งเรือง จวงทอง

                3.)บุตร-ธิดาของนาย นิหมาด – ตนกูดาระ ช่างเหล็ก 3 คน ได้แก่

                                *นายชาคริต ช่างเห,ก สมรสกับ นางสาววรรณา สันโด

                                *น.ส. ฮานี ช่างเห,ก สมรสกับ นายสุรศักดิ์ กานู

                                *น.ส.ฝาดีละ ช่างเหล็ก สมรสกับ นายหยัมฟารี สะอาด

                                *น.ส.ซาฟีนะ ช่างเหล็ก สมรสกับ นายซัมรี มะสมัน

                ชั้นลื่อ พระพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด) – นางตวนเจ๊ะมะ มีลื่อ ดังนี้

                1.) บุตร-ธิดาของนายรุ่งเรือง –นางวรางณา จวงทอง 2 คน ได้แก่

                                *น.ส.ศุภลักษณ์ จวงทอง

                                *ด.ช.สุวิจักษณ์ จวงทอง

                2.) บุตร-ธิดาของนายชาคริต – นางวรรณา ช่างเหล็ก 4 คนได้แก่

                                *น.ส.นิมัส ช่างเหล็ก

                                *น.ส.นิยะดา ช่างเหล็ก

                                *ด.ช.นิธิ ช่างเหล็ก

                                *ด.ช.นิสิต ช่างเหล็ก

                3.) บุตร-ธิดาของนายสุศักดิ์ – นางฮานี กานู 2 คน ได้แก่

                        *น.ส.สุรียาตี กานู

                                *น.ส.สาวีนา กานู

                                *นายอามีน กานู

                4.) บุตรของนาย หยัมฟารี – นางฝาดีละ สะอาด 1 คน ได้แก่

                                *นายรอซีดี สะอาด

                5.) บุตรของนายซัมรี – นางซาฟีนะ มะสมัน 3 คนได้แก่

                                *นายอนุสรณ์ มะสมัน

                                *ด.ช.อนุชา มะสมัน

                                *ด.ช.อนุพงศ์ มะสมัน

                ค.พระพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด) – นางตนกูบุหงา ภรรยาคนที่สาม

                ภรรยาคนที่สามเป็นชาวเมืองไทรบุรี มีบุตร-ธิดา 2 คน (วัฒนธรรมมลายูไม่มีนามสกุล) ลำดับชั้นของวงศ์ตระกูลสืบต่อได้เพียงชั้นลูกเท่านั้น ดังปรากฏต่อไปนี้

                1.) ตนกูอิบราเฮมสุหลง บิน ตนกูมะหะหมัด ตั้งถิ่นฐานในประเทศมาเลเซีย

                2.) ตนกูยาแลฮา บินตี ตนกูมะหะหมัด อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย

                (ไม่สามารถสืบค้นทายาทชั้นหลาน และ ชั้นเหลนได้ เนื่องจากอุปสรรคในการติดต่อ)

                2. สายตนกูมะหะหมูด สนูบุตร

                ตนกูมะหะหมูด สนูบุตรเป็นเครือญาติของพะพิมลสัตยาลักษณ์ (ตนกูมะหะหมัด) อาจจะเป็นบุตรของพี่ชายคนหนึ่งคนใดก็ได้ ตนกูมะหะหมูด สนูบุตร สมรสกับนางกูจูด ซึ่งมีเชื้อสายของเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช มีบุตรชายคนเดียว คือตนกูดาฆัง ชื่อภาษาไทย นายเทพ สนูบุตร อดีตครูใหญ่โรงเรียนบ้านตันหยงอุมา อำเภอเมืองสตูล ลำดับชั้นของวงศ์ตระกูล เริ่มจาก ชั้นพ่อ-แม่ ชั้นลูก ชั้นหลาน และชั้นเหลน ปรากฏดังนี้

                ชั้นพ่อ-แม่ ตนกูมะหะหมูด – นางกูจูด สนูบุตร

                ชั้นลูก ตนกูมะหะหมูด – นางกูจูด สนูบุตร มีบุตร 1 คน ได้แก่

                1. นายเทพ (ตนกูดาฆัง) สนูบุตร สมรสกับ นางสาวจำปา ปราบยาวา

                ชั้นหลาน ตนกูมะหะหมูด – นางกูจูด สนูบุตร มีหลาน ซึ่งเป็นบุตร – ธิดาของนายเทพ (ตนกูดาฆัง) – นางจำปา สนูบุตร จำนวน 8 คน ดังนี้

                1.) นางสาวอุบล (ตนกูบุหงา) สนูบุตร สมรสกับนาย เสวียน สานุรักษ์

                2.) นายเจริญ (ตนกูมูฮำหมัด) สนูบุตร สมรสกับ นางสาวอรุณี ศรียะพันธ์

                3.) น.ส.เกสร (ตนกูมารีหยำ) สนูบุตร สมรสกับ นายอรุณ เหมนะ

                4.) น.ส.สุภาณี (ตนกูจิ) สนูบุตร สมรสกับ นายเชษฐา หลังจิ

                5.) น.ส.วรรณี (ตนกูฟาตีมะฉำ) สนูบุตร สถานภาพโสด

                6.) น.ส.ศิริวรรณ (ตนกูยาแลฮา) สนูบุตร สมรสกับ นายชรินทร์ บูหมัน

                7.) น.ส.วันวิสา (ตนกูโจม) สนูบุตร สมรสกับ ด.ต. อนันต์ บ่อทอง

                8.) นายสุริยา (ตนกูสะมะแอ) สนูบุตร สมรสกับ นางสาวอรัญญา ศรีสวัสดิ์

                ชั้นเหลน ตนกูมะหะหมุด – นางกูจูด สนูบุตร มีเหลนดังนี้

                1.) บุตร-ธิดาของนายเสวียน-นางอุบล (ตนกูบุหงา) สานุรักษ์ 5 คน ได้แก่

                                *นายจรัญ สานุรักษ์ สมรสกับ น.ส.หยำ ดอละ

                                *น.ส.อรัญญา สานุรักษ์ สมรสกับ นายถิ้น ลูกเพ็ชรแก้ว

                                *น.ส.ลักษณา สานุรักษ์ สมรสกับ นายกิตติเดช (ไม่ทราบนามสกุล)

                                *น.ส.สุนิสา สานุรักษ์ สมรสกับ นายฉลาด (ไม่ทราบนามสกุล)

                                *น.ส.ลัดดดา สานุรักษ์ สมรสกับ นายประกิต (ไม่ทราบนามสกุล)

            2.) บุตร-ธิดาของ นายเจริญ “ตนกูมูฮำหมัด) – นางอรุณี สนูบุตร 6 คน ได้แก่

                                *นายอรรถพล สนูบุตร สมรสกับน.ส. ธีรชา ช่วยรักษา

                                *น.ส.อารยา สนูบุตร สมรสกับ นายเจษฎา ปานแจ่ม

                                *น.ส.จารุรัตน์ สนูบุตร สมรสกับ นายยศทยา ชัชเวช

                                *นายสุรพงศ์ สนูบุตร สมรสกับ น.ส.รัตน์ศิยา หลังสกุล

                                *น.ส.จีรนันท์ สนูบุตร สถานะภาพโสด

                                *นายณัฐวุฒิ สนูบุตร สถานะภาพโสด

                3.) บุตร-ธิดาของ นายอรุณ – นางเกสร (ตนกูมารีหยำ) เหมนะ 5 คน ได้แก่

                                *นายจรัส เหมนะ สมรสกับ น.ส. ไพรัตน์ อักษรชื่น

                                *น.ส.กนกพร เหมนะ สมรสกับ นายอภิธาน ลีฬาหารัตน์

                   &nbs

By : สุคนธ์ทิพย์ สมันตรัฐ(สนูบุตร)  email  (อ่าน 4242 | ตอบ 5)  (29/03/2554 08:21:37)
Total: 0:               
 
    
เสนอความคิดเห็น
รายละเอียด : *
รูปภาพ :
(นามสกุลไฟล์ควรเป็น [ jpg , jpeg , gif ] และไฟล์ไม่เกิน 100 Kb)
ชื่อ : *
อีเมล์ :
* กรุณากรอกตัวอักษรและตัวเลขให้ถูกต้อง
 
สินค้า/บริการ แนะนํา
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
ราคา 1,990.00 บ.
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
ราคา 1,990.00 บ.
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
ราคา 1,990.00 บ.
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
ราคา 2,500.00 บ.
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซียวาดโปโลส
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
ราคา 890.00 บ.
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ
ผ้าปาเต๊ะอินโดนีเซีย ADRM (ตุ๊กตาคู่)
จำหน่ายแล้วค่ะ

หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//